วันศุกร์, พฤศจิกายน 09, 2550

shin เริ่มเรียนพิเศษแล้ว


ครั้งหนึ่ง เคยคิด เคยสงสัยว่า เด็กสมัยนี้ ทำไม เรียนมากกันจริงๆ แทบจะลืมคำว่า ปิดเทอม ไปเลย

คือดูเหมือนว่า เด็กสมัยนี้ มีแต่เรื่องเรียน ไม่มีการปิดเทอมภาคเรียน

ผิดกับสมัยพวกเรา มีปิดเทอม และเป็นสิ่งที่หลายคนรอวันนั้น

ส่วนเรื่องเรียนพิเศษ จำได้ว่า ไม่เคยเรียนพิเศษเลย นอกจากว่า เรียนพิเศษภาษาจีน

ตอนผมเด็กๆ พอเลิกเรียนจาก รร. แล้ว คุณพ่อ (อาปะ) ก็จะ (บังคับ) ให้ไปเรียนพิเศษภาษาจีนต่อ

ตอนนั้น ไม่ชอบเลยภาษาจีน รู้สึกว่ามันเรียนยาก แต่มาวันนี้ ก็นึกเสียดายที่ว่าขยันน้อยไปหน่อย รู้น้อยไปหน่อย มันน่าจะรู้ภาษาจีนมากกว่านี้ โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวเมืองจีน จะนึกถึงอาปะมากมาก ที่มองเห็นถึงอนาคตเรา อย่างไรก็ตาม ไปเที่ยวจีนคนเดียวสบายมาก ไม่อดแน่ สื่อสารได้สบายๆ


ทีนี้ ก็มาถึงน้องชิน พอแกเรียน อนุบาล 2 เทอม 1... อายุตอนนี้ก็ 3 ขวบ 6 เดือน ก็มีรายการเรียนพิเศษแล้ว เรียนเสาร์ และอาทิตย์ วันเสาร์เรียน Kumon 1 ชั่วโมง... วันอาทิตย์เรียน Kumon 1 ชั่วโมง และเรียนดนตรีอีก 1 ชั่วโมง

เลยกลายเป็นว่า พออยู่ อนุบาล 2, ชินชิน เรียนหนังสือทุกวัน ไม่มีวันหยุดเลย ผมเลยคิดว่า เป็นไปได้ไงที่ตอนนี้ลูกผม เรียนพิเศษแล้ว ซึ่งครั้งหนึ่งเคยคิด เคยมองแต่ลูกคนอื่น ตอนนี้เหตุการณ์เหล่านั้น ก็เกิดขึ้นกับลูกผมเอง... ผมก็นั่งคิด วิเคราะห์ สาเหตุว่า ทำไมผู้ปกครองเด็กถึงให้ลูกตัวเองเรียนมากมาย เด็กจะไหวเหรอ... ก็เลยพอเข้าใจว่า เด็กๆ มีความกระหายอยากเรียน อยากรู้ อยากลอง ไปทุกเรื่อง ทุกอย่าง... และการเรียนรู้ดังกล่าว จะทำให้สมองของเขาได้รับการพัฒนา และเติบโตดี

หากในช่วงนี้ เราไม่มีกิจกรรมการเรียนรู้ใดๆ ให้กับเด็ก จะทำให้สมองเด็กขาดการพัฒนา และจะเป็นปัญหาต่อไปเมื่อเด็กโตขึ้น

ก็เลยคิดว่า หากเด็กอยากเรียน ชอบเรียน ก็ส่งแกไปเรียนเถอะ ลงทุนเรื่องการศึกษาให้ลูกเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดแล้ว (แต่อย่าลืมปลูกฝัง เรื่องการทำความดี การอยู่ร่วมในสังคม การรักษาตัวรอดด้วย)

สำหรับผม ก็โชคดีอย่างหนึ่งตรงที่ คุณแม่น้องชิน จัดการเรื่องนี้ (เกือบ) หมด... (Thanks MaMa นะ)

โรงเรียนที่น้องชินไปเรียนก็ใกล้บ้าน ตรงนี้ที่ผมเน้นเสมอ ไม่อยากให้เสียเวลาเดินทางไปไหนไกลๆ

ที่เรียนพิเ ศษก็อยู่ที่ The Avenue ถ.แจ้งวัฒนะ ขับรถจากบ้านไปก็ประมาณ 15 นาที สะดวกมาก ที่นี่ เป็นแหล่งเรียน และแหล่งกิน โดยเฉพาะ 

สังเกตุจากการเรียนแกแล้ว ดูเหมือนว่า แกชอบ Kumon มาก... เพราะแบบฝึกหัดมีให้ทำเยอะ และก็เป็นในแนวขีดๆ วาดๆ ลากเส้น สำหรับการฝึกควบคุมมือเด็ก ฟังคุณแม่ชินบอกว่า หลังจากเรียนไปแล้วช่วงหนึ่ง

ผลปรากฏว่า การควบคุมมือของน้องชิน ดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด ส่วนการเรียนดนตรี ดูเหมือนว่า แกไม่ค่อยชอบ อาจเป็นเพราะว่ามันยาก แฟนเล่าให้ฟังว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา แกเรียนไป สักพัก ก็ร้องไห้

เด็กทั้งห้องก็หันมามองแก และก็จำแกได้แล้ว (เป็นเทคนิคให้คนสนใจแบบหนึ่ง)...
2 อาทิตย์ ที่ผ่านมา ในวันเสาร์ แกมักจะเปรยๆ ว่า วันนี้ ชินชินคิดว่าจะไปว่ายน้ำ... ท่าทางแกชอบไปว่ายน้ำมาก คงเป็นเรื่องปกติของเด็กๆ ที่ชอบเล่นน้ำ ผมคิดว่า คงอีกไม่นาน คุณแม่แก คงหาที่เรียนว่ายน้ำอีก... ก็เรียนเข้าไป เพราะเด็กมันชอบ ผิดกับพ่อแก ว่ายน้ำไม่เป็นเลย

(เป็นเพราะตอนเด็กๆ อาปะ ห้ามไปเล่นน้ำ เป็นห่วงลูกจะจมน้ำ พอโตมา เลยว่ายน้ำไม่เป็น)

วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 08, 2550

Shin เกือบจะ 4 ขวบแล้ว

วันนี้ (7 พ.ย. 2550) น้องชิน อายุ 3 ขวบ 11 เดือน
สามารถเขียนหนังสือได้คล่องขึ้นมาก การจับดินสอ การระบายสี ทำได้ดีขึ้นมาก สามารถควบคุมการลากเส้น ได้ดีขึ้น มีความขยันในการทำการบ้าน


แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดขึ้น คือ แกกวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเวลางอแง
แกจะไม่ยอมทำอะไรด้วยตัวเอง ต้องให้คนอื่นเข้าช่วย
อย่างเช่น มีอยู่วันหนึ่ง แกงอแง อยากกิน ยาคูลท์
แกไม่ยอมไปเปิดตู้เย็น ไม่ยอมไปหยิบเอง
แกเดินไปที่ตู้เย็นแล้ว ก็บอกว่า ตู้เย็นเปิดไม่ได้ เปิดไม่ออก
และแกก็บอกให้ คุณแม่ ช่วยเปิดและหยิบให้
แต่คุณแม่แก ก็มีมุขเหมือนกัน คือว่า คุณแม่เดินไปที่ตู้เย็น แล้วก็แกล้งทำเป็นเปิดตู้เย็น บอกชินๆ ว่าเปิดไม่ได้เหมือนกัน ตู้เย็นคงเสีย และก็มาบอกที่คุณพ่อว่า ตู้เย็นคงเสีย พรุ่งนี้ให้ตามช่างมาซ่อม
ต่างฝ่าย ต่างก็งอแงอยู่สักพัก ไม่มีใครยอมใคร (ตัวคุณพ่อเอง ก็อยู่เฉยๆ)
สุดท้าย ก็ได้ยินเสียงหัวเราะชินๆ
ปรากฏว่า ตัวแกยืนเปิดประตูตู้เย็น และกำลังหยิบยาคูลท์ เอง
สรุปก็คือว่า ชินๆ ยอมแพ้ ไม่งอแงอีกต่อไป
คือปรับตัวเร็วมาก จากที่ งอแง ก็กลับมา หัวเรากิ๊กๆ ก๊ากๆ

เช้าวันถัดมา พอตื่นมา แกก็หิวนม แม่แกก็บอกว่า ไปหยิบกินซีลูก
แกตอบว่า ร้อน
ผมเองก็งง เปิดแอร์ เย็นๆ อยู่จะร้อนไง
แกบอกว่า หากลุกขึ้น ไปหยิบนม จะร้อน (แกไม่ยอมไปหยิบนมเอง จะให้คนอื่นช่วยหยิบให้)

วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 21, 2550

Shin Picture @ 3 Year Old





ในระยะนี้ การถ่ายรูป Shin เป็นเรื่องง่ายขึ้น เมื่อเทียบกับก่อนแก 3 ขวบ ซึ่งตอนนั้น แกไม่ยอมให้ถ่ายเลย ต้องหาโอกาส กว่าจะได้สักภาพ เล่นเอาเบื่อ

มาวันนี้ ดีขึ้นเยอะ พอถ่ายได้ 1 ภาพ แกก็ขอถ่ายท่าอื่นๆ อีก... อย่างกรณีภาพนี้ แก Pose หลายท่ามากมาก... เข้าใจว่าเหตุผลหนึ่งที่แกชอบให้ถ่ายรูปมากขึ้น คงเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ ได้พาแกไปเที่ยว Safari World แกคงเห็นว่า มีคนถ่ายรูปเยอะแยะ แกเลยเลียนแบบคนอื่น


Shin Picture







หน้าตาชินชิน ดูเหมือนจะเหมือนหลายๆ คน
บางคนก็บอกว่า หน้าตาเหมือนแม่
บ้างก็ว่าเหมือนอาม่า
บ้างก็ว่าหูเหมือนผ่อผ่อ (หูสวย คนชมหลายคน เฉพาะหู ใบหน้าไม่มีใครชมเลย)
หลังๆ คนเริ่มบอกว่า เหมือนพ่อม๊ากมาก ยังกะ Copy มาเลย

วันพุธ, มิถุนายน 20, 2550

กลับมาอีกครั้ง



ห่างหายไปนานหลายเดือน พอกลับมาอีกที Web Blog ก็มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ กว่าจะเข้ามาได้... เกือบแย่ เพราะต้องเปิด Cookies

...ตอนนี้ ชินชิน ก็อายุ 3 ขวบ 6 เดือนแล้ว เรียนอนุบาล 2 แล้ว
ที่ผ่านมา 2 อาทิตย์ แกเดินเข้า รร. ทุกวัน ทั้งพ่อ และแม่ ก็มีลุ้นว่า แกจะยอมเดินเองหรือไม่
แต่ปัญหา ที่น่าเบื่อมากมาก ก็คือ ทุกๆ เช้าที่แกตื่นมาทีไร ต้องเรียกหาแม่ทุกที หากไม่เจอ ก็จะเสียงดัง โวยวาย ตะโกนบอกว่า หม่าหมามานี่
คือว่า ต้องมาหาแก บางที่หากเราเข้าไป แกก็จะไล่ (คิดคิดแล้ว อยากตีแกจัง เพราะโมโห)

หากไม่มีลูกคงไม่รู้เลยว่า ชีวิต คนมีลูกนี่ มันสารพัดรสชาติจริงๆ ชินชิน พอยิ่งโต แกจะกวนมากขึ้นทุกวัน บางครั้ง พวกเรา ก็นึกไม่ถึงว่า คำพูดต่างๆ หรือท่าทางกิริยา มันมาได้อย่างไร แต่คิดว่า เป็นการเลียนแบบ อาจจะมาจากเพื่อนที่ รร. หรือ จากคนในบ้าน

อย่างวันนี้ พอผมกลับมาถึงบ้าน วันนี้ มาคนเดียว เพราะคุณแม่ งานยังไม่เสร็จ เราก็นั่งลงที่หน้าบ้าน ชินชิน ก็เดินมาหา บอกว่า มีเรื่องจะบอก

จากนั้น แกก็มากระซิบที่ข้างหู ถามว่า ทำไมหม่าหมา และแซ้กู ยังไม่กลับ

ที่งง คือว่า ทำไมแกต้องทำเป็นกระซิบที่ข้างหูด้วย เราเลยแกล้งกระซิบกลับ แกก็ทำต่อ รู้สึกว่า แกกวนพอดู

วันจันทร์, มกราคม 15, 2550

ไม่ ไม่ ไม่ และหยุดขวดนม เลิก Diaper

หายเงียบไปนาน กับการเขียน Blog, อาจเป็นเพราะช่วงนี้ ไม่รู้จะเขียนอะไร หรือ อาจเนื่องจาก เปลี่ยนวิธีการเขียน มาบันทึก Clip แล้วก็ Load ลง Youtube.com... เทคโนโลยี มันช่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทันสมัยอะไรเช่นนี้... วันหนึ่ง ผมสามารถ Upload ภาพนิ่งต่างๆ ขึ้นสู่ Flickr.com ถัดมาอีกไม่นาน ผมก็สามารถ Upload Clips ต่างๆ ขึ้น Web ได้... ช่างสอดรับกับชินชิน ที่เกิดมาเป็นลูกป่าป๊าเสียจริง

มาพูดเรื่องแรก ดีกว่า มันเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็ว่าได้ เรื่องที่ว่าก็คือ ชินชินเลิกขวดนมแบบเหลือเชื่อ คือว่า ต้นเดือน ม.ค. 2550 พ่อและแม่ ก็พาไปหาหมอ เพื่อฉีดวัคซีนตามนัด (นัดตั้งแต่ พ.ย. 2549 แต่พวกเราก็ Late จนถึงปี 2550)... วันนั้น หมอก็ถามโน่น ถามนี่ และบอกว่า ตัวสูงจัง ชินชิน อายุ 3 ขวบ 1 เดือน สูง 102 ซม. และหนัก 16 กก. คือสูงใช้ได้เลยหละ (คงเหมือนพ่อและแม่) จากนั้น หมอก็ถามว่า ยังกินนมขวดอยู่หรือไม่ ก็ตอบไปว่า กิน หมอเลยอุทานว่า ยังกินอยู่เหรอ ต้องเลิกได้แล้ว เดี๋ยวฟันจะไม่สวย
ก็จบเพียงแค่นั้น...
เย็นวันนั้น ก็ถามชินเรื่องกินนม ก็ถามแกว่า จะเอานมกล่อง หรือนมขวด ชินตอบว่า คุณหมอไม่ให้กินนมขวดแล้ว พวกเราก็อดขำไม่ได้ และตั้งแต่นั้นมา แกก็เลิกขวดนม... Surprise คุณพ่อคุณแม่มากมาก ไม่คิดว่า ทำไมง่ายขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ ก็คิดว่า จะเลิกอย่างไรดี แกคงไม่ยอมแน่

ช่วงที่แกไป รร. อนุบาล ก็จะกินนมกล่องที่ รร. แต่พออยู่บ้าน แกก็จะขอกินนมขวด โดยให้เหตุผลว่า นมขวดอร่อย (ฟังดูมีเหตุผลดี)

ถัดมาก็เป็นเรื่อง ไม่ ไม่ ไม่ คือสารพัดไม่ ทำให้ต้องบันทึกไว้หน่อย
คือว่า แต่ก่อนเวลาแกทำอะไรไม่ถูก หรือไม่ดี คุณแม่ ก็จะพูด หรือสอนแก แต่แกก็จะสวนกลับว่า ไม่ต้องพูด
จากนั้น แม่แกก็บอกว่า หม่าหมาบอก แกก็สวนว่า ไม่ต้องบอก... ที่หนักกว่านั้นคือ ระยะหลังแกจะพูดว่า ไม่ต้องมอง คือแกไม่ให้มองแก

พวกเราเอง ก็ต้องหาวิธีจัดการกับแกบ้าง บางที ก็นำคำพูดที่แกพูดมาพูดกับแก เท่าที่สังเกตุชินชิน (หรือเด็กทั่วๆ ไป) พบว่า อะไรที่เราเคยพูดกับแกในอดีต แกก็จะนำกลับมาพูดกับพวกเรา

2 วันก่อน ตอนที่อยู่ในห้องนอน ก็เปิดแอร์ปกติ แต่เนื่องจากช่วงนี้ อากาศค่อนข้างเย็น พอเปิดสักพัก เราก็จะปิดแอร์ วันนั้น พอจะปิด แกก็พูดว่า ไม่ให้ปิด หนูร้อน และพูดว่า หนูไม่อนุญาติ... เฮ้อ เล่นเอาทั้งพ่อและแม่ อดขำไม่ได้ นี่แหละ ชีวิต การมีลูก มันก็มีอะไรที่สนุกๆ เหมือนกัน

----------------- ชินเลิก Diaper เมื่อประมาณ 2 ขวบ 10 เดือน-----------------------------------
ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ คิดเสมอเหมือนกันว่า น้องชิน จะเลิก Diaper เมื่อไรน้า คิดมาเรื่อยๆ ก็จนกระทั่งสังเกตว่า ในเวลากลางคืนที่เราใส่ Diaper ให้แกแล้ว แกไม่ได้ฉี่รด เป็นเวลา 3-4 วัน และสังเกตุว่า เมื่อแกปวดฉี่ แกก็จะร้องลั่นว่า ปวดฉี่ ... เมื่อเป็นที่แน่ใจว่า คงไม่ฉี่ราดแล้ว และไม่ต้องใช้ Diaper แล้ว ก็เลยเลิกใส่ Diaper เมื่อเวลาแกหลับ ตอนนั้น ก็อายุได้ 2 ขวบ 10 เดือน

สำหรับช่วงกลางวันนั้น ก็เลิกใส่ Diaper เมื่อแกอายุได้ประมาณ 2 ขวบ คือว่า กลางวันไม่ต้องใส่เลย เวลาแกปวด แกก็จะร้องว่า ฉี่ (เสียงยาวๆ) ช่วงนั้น หากแกร้องเมื่อไร ต้องรีบพาเข้าห้องน้ำทันที เพราะหากช้าเมื่อไร ฉี่ราดชัวร์ เพราะแกยังกลั้นฉี่ไม่เป็น... หลังๆ มาแกก็จะเก่งขึ้นๆ เรื่อยๆ คือสามารถกลั้นฉี่ได้ หากห้องน้ำอยู่ไกล หรืออยู่ในรถ ก็ไม่มีปัญหา คือว่า ยังพอหาห้องน้ำทัน